Pink School of Finance • View | Research
Call us : 081 8394115
: @pinkschools     Follow Us on :

     

    CFA Institute Logo          

             

             หลังจากสอบผ่าน CFA Level 2 มาได้   ผู้สมัครจะได้รับความรู้ทางด้านทฤษฎีและเครื่องในการวิเคราะห์ทุกอย่างครบถ้วน

     

             เนื้อหาในหลักสูตร CFA Level 3 จะเริ่มนำให้เราไปรู้จักในส่วนของการบริหารเงินหรือทรัพย์สิน ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในรูปของการบริหารให้บุคคล (Individual) หรือให้สถาบันต่าง ๆ (Institution) ไม่ว่าจะเป็น กองทุนบำนาญ (Pension) มูลนิธิ (Foundation) บริษัทประกันชีวิตและประกันภัย (Life and non-life insurance) รวมไปถึง ธนาคาร (Bank)

     


             สิ่งที่เน้นมากใน Level 3 คือ การเข้าใจลูกค้าผ่านการออกแบบนโยบายการลงทุน (Investment Policy Statement - IPS) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ได้มาจากการสัมภาษณ์ และวัดระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าแต่ละรายจะสามารถรับได้ว่า สอดคล้องกับระดับผลตอบแทนที่ต้องการหรือไม่

     


              สิ่งที่ถูกสอดแทรก และเป็นสิ่งที่สำคัญมากคือ การเรียนรู้เรื่อง Behavioral Finance ว่านักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบุคคล จะมีการตัดสินใจลงทุนด้วยอารมณ์และประสบการณ์ มากกว่าเหตุผลและทฤษฎีที่ได้อธิบายไว้ จึงส่งผลให้บางครั้ง ตลาดต่างๆ ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวตรงตามทฤษฎี

     


             หลังจากได้เรียนรู้เรื่องนี้ และออกแบบนโยบายการลงทุนเป็นที่เรียบร้อย ก็จะได้เวลาการแสดงฝีมือจัดการลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้ในตอนแรกครับซึ่งผู้จัดการกองทุนทั้งหลายก็จะถูกประเมินและวัดผลอย่างละเอียดว่า ผลตอบแทนที่ได้รับ เป็นไปตามสิ่งที่ได้นำเสนอไว้หรือไม่ และวิเคราะห์ลงไปอีกว่า สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดจริง ๆ หรือเป็นเพราะว่าโชคช่วย รวมทั้งยังสร้างผลตอบแทนตามสไตล์การลงทุนที่ได้เสนอไว้หรือไม่ด้วยเช่นกัน

     

     

     

    ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบ CFA Level 3
     

    วัน-เวลาในการสอบ :    วันเสาร์ - 6 ชั่วโมง ( 3 ชั่วโมง เช้า -บ่าย )
       
    สถานที่สอบ :    กรุงเทพ, ประเทศไทย
       
    การสมัครสอบ และ 
    ค่าใช้จ่าย :

       ผู้สมัครสอบจะต้อง สมัคร login กับทาง CFA Institute และชำระค่าสมัครผ่านบัตรเครดิต
       ในเวบไซต์โดย สามารถ ตรวจสอบช่วงเวลาการสมัครสอบและค่าสอบได้ ที่

      
    http://www.cfainstitute.org/cfaprogram/process/fees/Pages/index.aspx

       
    จำนวนคำถาม:    ข้อสอบอัตนัย เขียนตอบ 10-15 ข้อ และ ชุดคำถาม 10 ชุดคำถาม
       
    ระดับคะแนนผ่าน:    การวัดผลจะทำโดยการตัด Mean ทั่วโลก ส่วนใหญ่ผู้ที่สอบผ่านจะทำคะแนนได้ในระดับ 70%
       
    ลักษณะข้อสอบ:    ข้อสอบอัตนัย เขียนตอบ 10-15 ข้อ แบ่งเป็น Part a,b,c ชุดคำถาม 1 ชุดคำถาม มี 6 ข้อย่อย
       ที่เกี่ยวข้องกัน (เลือกตอบ 3 ตัวเลือก )
       
    คุณสมบัติผู้สมัคร:

        ผู้สามารถสมัครสอบต้องสอบผ่าน CFA Level 2 และจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
        สอบผ่าน CFA Level 3  และ มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง 4 ปี

       
    CFA Charter:    ข้อแนะนำเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง www.cfainstitute.org
       
    ช่วงเวลาสอบ:    สองครั้ง ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม ของทุกปี
       
    ช่วงเวลาประกาศผล:    หนึ่งครั้ง ในเดือน มิถุนายน ของทุกปี
       
    เวบไซต์หลัก:    www.cfainstitute.org
       
    โครงสร้างวิชาที่ออกสอบ :    4.png
    ตัวอย่างข้อสอบ
    CFA Level 3 :
     
       

     

     

    กลยุทธ์การเตรียมตัวสอบ CFA Level 3

     

    โดย ปิยะ โอฬารริกสุภัค, CFA
     

              สำหรับ Candidate Level 3 สิ่งที่คัญที่สุด คือ การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับรูปแบบข้อสอบแบบอัตนัยในช่วงเช้า เนื่องจากเป็นการเขียน ไม่ใช่ choice อีกต่อไป เนื้อหาดังกล่าวที่ออกสอบ จะเป็นเนื้อหาใหม่ทั้งหมด ซึ่งอยู่ในเฉพาะ level III เท่านั้น ซึ่งต้องทำความเข้าใจให้ดีเป็นอย่างมาก สิ่งที่ทำได้ คือ หากอ่านจนจบแล้ว ต้องหาข้อสอบเก่ามาทำ หรือทำโจทย์ท้ายบทให้มาก ๆ กลุ่ม Candidate ที่จะได้เปรียบเป็นอย่างมากในการสอบ Level 3 คือผู้จัดการกองทุน เนื่องจากเนื้อหาจะเป็นเกี่ยวกับ Portfolio Management ถึง 45%   ในช่วงแรก ๆ ที่ลองทำ เชื่อได้ว่าทุกคนจะประสบปัญหาเดียวกัน คือ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ซึ่งพอจะมี trick เบื้องต้นให้ดังนี้

     

    1.assume ว่าคนตรวจข้อสอบ มี background ความรู้เป็นอย่างดี
              ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ว่า ไม่ต้องอารัมภบทมากมาย ถามอะไรตอบแค่นั้น อย่าตอบขาดหรือเกิน อย่าทวนโจทย์ อย่าตอบหลายคำตอบ พยายามตอบให้ตรงประเด็นมากที่สุด ต้องตอบให้สั้นที่สุด ซึ่งจะต้องเป็น key word ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แทบจะเรียกได้ว่า ถ้าสามารถตอบเป็น bullet point ได้จะดีมาก ข้อสอบไม่หักคะแนนเรื่อง grammar หรือรูปประโยคแต่อย่างใด ขอให้มี key word ครบถ้วน และตรงประเด็น เราก็ได้คะแนนแล้ว
              จำไว้ว่า ถ้าเขียนแล้วเริ่มตอบเกิน 2-3 บรรทัก หรือเริ่มเป็น paragraph ให้รู้ไว้เลยว่า ตอบผิดทาง ให้ฆ่าทิ้ง แล้วตั้งสติเขียนใหม่ และอย่าเสียเวลาในการเขียนตอบในแต่ละข้อมากเกินไป รวมทั้งควรระวังเรื่องลายมือให้อ่านง่าย เรียบร้อย ไม่เละเทะจนจับใจความไม่ได้

     

    2.เรียนรู้จาก past exam ให้เข้าใจ
              ทาง CFA Institue จะมี past exam ให้ download ซึ่งจะเป็นข้อสอบจริง รวมทั้ง guideline ของคำตอบ สิ่งที่ต้องรู้ก็คือ ในคำตอบ guideline เหล่านั้น ไม่ใช่ว่า เราต้องเขียนทุกอย่างลงไปหมด แต่เราต้องจับและหา keyword ให้เจอ แล้วพยายามเขียนเป็นภาษ หรือรูปแบบของเราเอง ไม่ใช่เป็นการลอกเฉลยอันนั้นกลับไป

     

    3.ตรวจประเด็นและมี checklist ของตัวเอง ก่อนที่จะสรุปคำตอบ
              โดยเฉพาะในการทำข้อสอบ IPS ของทั้ง Individual และ Institutional investor ต้องหาข้อมูลแวดล้อมให้ครบ ก่อนที่จะสรุป Objective และ constraint ในแต่ละข้อ รวมทั้งรูปแบบทั่ว ๆ ไปของนักลบงทุนแต่ละประเภท ว่ามีความเสี่ยงและ limitation ในเรื่องใดบ้าง สิ่งที่สำคัญมาก คือ กระบวนการก่อนที่จะคำนวนผลตอบแทนที่ต้องการ เราหาสิ่งที่จำเป็นครบถ้วนแล้วหรือยัง เช่น ต้องปรับ inflation หรือมีค่า fee และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นต้น wording ของ strategy ใดเหมาะกับ investor ที่เรากำลังทำ IPS ให้ รวมทั้ง condition อื่นๆ เราดูครบถ้วนหรือยัง

     

    4.อย่าคิดว่ารู้แล้ว และข้ามจนกว่าจะ Refine คำตอบได้สมบูรณ์
              การทำข้อสอบเก่า ไม่ใช่ว่าทำเพียงรอบเดียวแล้วจะเข้าใจทั้งหมด บางครั้งการอ่านเฉลยทำให้เราเข้าใจ แต่เมื่อปิดเฉลย เรากลับไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ดี ดังนั้นจะต้องทำโจทย์ให้เยอะ ๆ ให้มากพอ จนกว่าทั่ง เราสามารถสร้าง pattern ในการตอบได้ตรงประเด็น และตัดส่วนที่ irrelevant ออกได้หมด เหลือเพียง keyword ที่จำเป็นเท่านั้น
              Skill นี้แทบเรียกได้ว่า เหมือนกับการที่เราเป็น sale หรือ pretty ของสินค้าชิ้นเชิ้นหนึ่ง ที่สามารถจำทุกอย่างได้ขึ้นใจ มีใครถามอะไรมา เราตอบได้หมด จนกระทั่งถึงจุดดังกล่าว อย่างวางใจว่า สามารถเข้าใจเนื้อหาในส่วน portfolio management และสามารถทำข้อสอบในช่วงเช้าได้ ส่วนเนื้อหาในช่วงบ่ายที่เป็น ข้อสอบ choice เชื่อว่า Candidate Level 3 ทุกคนมีความคุ้นเลยเป้นอย่างดีกับแนวข้อสอบดังกล่าว จึงไม่ได้กังวลในส่วนนนี้มากนัก
              อยากให้จำไว้ว่า key success factor อยู่ที่ข้อสอบช่วงเช้า ใครพลาดน้อยกว่า จะมีโอกาสผ่านมาขึ้นเท่านั้น เนื่องจากว่าข้อสอบ choice ในช่วงบ่าย เชื่อว่า candidate ทุกคนน่าจะสามารถทำได้ดีอยู่แล้ว