Pink School of Finance • View | Research
Call us : 081 8394115
: @pinkschools     Follow Us on :

     

                CFA Institute Logo

               

               เมื่อผู้สมัครสอบผ่าน CFA Level 1 แล้วนั้นก็จะสามารถก้าวขึ้นไปสอบในระดับต่อไปซึ่งก็คือ CFA Level 2 

     

              เนื้อหาหลักในระดับ CFA Level 2 จะเป็นการเน้นไปที่การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และการวัดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับทฤษฎีตลาดทุนและการวิเคราะห์บริษัท โดยหลักสูตรความรู้ใน level นี้จะเน้นให้ผู้สมัครสอบ สามารถนำความรู้ใน Level 1 มาแตกย่อยและลงละเอียดได้มากขึ้น

     

     
               โดยเฉพาะในส่วนของการวิเคราะห์งบการเงิน ซึ่งอาจจะค่อนข้างยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านบัญชี ซึ่งทำให้ ผู้สมัครสอบที่เรียนด้านบัญชีมาโดยตรงจะมี ข้อได้เปรียบในส่วนนี้ค่อนข้างมากเนื่องจากคะแนนการสอบในส่วนนี้ จะสูงถึง 30-40% ของข้อสอบเลยทีเดียว

     


               สำหรับการนำความรู้ในระดับนี้ไปใช้ สาขาวิชาชีพที่จะต้องทำงานกับความรู้ส่วนนี้ มากที่สุด คือ นักวิเคราะหลักทรัพย์ เนื่องจากจะต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับ การจัด ปรับ โยกย้าย รายการต่างๆ ที่อยู่ในงบการเงิน ให้ออกมาเป็นรูปแบบที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลของแต่ละบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน มาเปรียบเทียบกันได้

     


               การสอบใน Level 2 นี้ มักจะเป็นจุดชี้ขาดว่า จะสามารถสอบผ่าน CFA ได้หรือไม่ เนื่องจากผู้สมัครสอบส่วนมากจะหมดกำลังใจได้ง่ายที่สุด ในระดับนี้เพราะการสอบ Level 2 และ Level 3 จะมีแค่ปีละ 1 หน ไม่เหมือนกัน Level 1 ที่มีปีละ 2 หน หากพลาดจะต้องไปรออีครั้งในปีหน้า และต้องกลับไปเตรียมตัวอีกครั้ง

     

     

     

    ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบ CFA Level 2

     

    วัน-เวลาในการสอบ :    วันเสาร์ - 6 ชั่วโมง ( 3 ชั่วโมง เช้า -บ่าย )
       
    สถานที่สอบ :    กรุงเทพ, ประเทศไทย
       
    การสมัครสอบ และ 
    ค่าใช้จ่าย :

       ผู้สมัครสอบจะต้อง สมัคร login กับทาง CFA Institute และชำระค่าสมัครผ่านบัตรเครดิต ในเวบไซต์ โดย
       สามารถตรวจสอบช่วงเวลาการสมัครสอบและค่าสอบได้ ที่ 

       http://www.cfainstitute.org/programs/cfaprogram/register/Pages/index.aspx   

       
    จำนวนคำถาม:    240 ข้อ (120 ข้อ ต่อ ชุด )
       
    ระดับคะแนนผ่าน:    การวัดผลจะทำโดยการตัด Mean ทั่วโลก ส่วนใหญ่ผู้ที่สอบผ่านจะทำคะแนนได้ในระดับ 70%
       
    ลักษณะข้อสอบ:    ข้อสอบปรนัยแบบ Item Set (เลือกตอบ 3 ตัวเลือก )
       
    คุณสมบัติผู้สมัคร:

       ผู้สามารถสมัครสอบต้องสอบผ่าน CFA Level 1 และจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

       
    ช่วงเวลาสอบ:    สอบหนึ่งครั้ง ในเดือน มิถุนายน ของทุกปี
       
    ช่วงเวลาประกาศผล:    ภายใน 60 วัน
       
    เวบไซต์หลัก:    www.cfainstitute.org
       
    โครงสร้างวิชาที่ออกสอบ :     3.png
    ตัวอย่างข้อสอบ CFA Level 2 :  
       
    เครื่องคิดเลข ที่ได้รับอนุญาต:    เครื่องคิดเลขสองรุ่น ที่สามารถนำเข้าห้องสอบในทุกระดับ ได้แก่
       • Texas Instruments BA II Plus (including BA II Plus Professional) 
       • Hewlett Packard 12C (including the HP 12C Platinum, 12C Platinum 25th anniversary edition, and 12C 30th anniversary edition)

     

     

    กลยุทธ์การเตรียมตัวสอบ CFA Level 2

     

    โดย ปิยะ โอฬารริกสุภัค, CFA
     

     

              CFA level 2 มีลักษณะพิเศษคือ เป็น level ที่ทดสอบกำลังใจของผุ้สมัครได้ดีมากๆครับ เนื่องจากมีการสอบเพียงปีละ 1 ครั้ง ถ้าหากไม่ผ่าน จะต้องรออีก 1 ปี และโดยส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มสอบ ไม่ผ่าน 2-3 ครั้ง ขึ้นไป ผุ้สมัครส่วนใหญ่ก็มักจะเริ่มถอดใจ และหยุดการสอบไป เพราะเหลืออีก 2 step จึงจะสอบผ่าน

     

              แต่....... ถ้าหากผ่าน Level 2 ไปได้ จะเหลืออีก step เดียวเท่านั้น คือ Level 3 ซึ่งความรู้สึกจะตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง โดยจะต้องสอบอีกกี่ครั้งก็ยอม

     


              ผมจึงอยากจะช่วยแนะนำแนวทางที่ถูกต้องในการเตรียมตัว ก่อนอื่นนะครับ ผมอยากให้ผู้สมัคร Level 2 ทุกคนต้องรู้ก่อนว่า ข้อสอบใน Level 2 จะมาในรูปแบบที่เรียกว่า item set ซึ่งตรงนี้ น่าจะทราบกันประมาณนึงแล้ว

     


              ใน 1 Item set นั้น จะประกอบไปด้วยเนื้อหา และข้อสอบทั้งหมด 6 ข้อ Level 2 จะมีข้อสอบทั้งหมด 20 set รวมเป็นคำถาม ทั้งหมด 120 ข้อ
    ถ้าหากใครยังไม่เคยเห็นรูปแบบข้อสอบ ลองพลิกไปทำข้อสอบ Ethic ท้ายบทดูได้ครับ ว่าเป็นอย่างไร ส่วน topic การอ่านใน Level 2 จะสามาารถแบ่งออกเป็น 10 topic ใหญ่ ๆ เช่นเคย คือ

     


              1. Ethic
              2. Quantitative
              3. Economics
              4. Financial Reporting and Analysis
              5. Corporate Finance
              6. Equity
              7. Fixed income
              8. Derivative
              9. Alternative Investment
             10. Portfolio Management 

     


     ส่วน strategy ในการอ่านเตรียมตัวนะครับ มาลองดูกัน

     


     อันดับแรกครับ ผมอยากให้เราลอง แบ่งเนื้อหาออกเป็น tier ที่มีความสำคัญจากมากไปน้อย ไล่ตามนี้ครับ

     

     

    Tier 1 : Equity, Financial Reporting and Analysis
              ถ้าถามว่า ทำไม ? คำตอบง่ายๆก็คือ จาก topic weight ของ CFA institute ที่กำหนดไว้นะครับ 2 topic นี้จะมีน้ำหนักมากที่สุด คือ 20-30% สำหรับ Equity และ 15-25% สำหรับ financial ซึ่งมี weight รวม คือ 35-55%

     

             Goal : ภายในสองหัวข้อนี้นะครับ ถ้าอยากจะผ่าน เราต้องได้ คะแนน 50-70% ให้ได้ซัก 1 topic และ ควรได้ >70% อีกหนึ่ง 1 topic ครับโดย 2 topic นี้ เป็น critical point ว่าจะสอบผ่าน หรือไม่ นะครับ ฟิตกันให้ดีๆ 

     

    Tier 2 : Fixed income, Derivative, Corporate Finance
              มาถึงหัวข้อที่มีความสำคัญรองลงมา นะครับ ก็ได้แก่สามตัวข้างบนนี้ ทั้ง 3 topic มี weight รองลงมา อยู่ที่ 5-15%

           

             Goal : เราควรต้องทำคะแนนได้ 50-70% 1 topic และต้องได้ >70% 2 topics คะแนนใน tier นี้เราควรต้องพยายามทำให้ได้ ตาม target เพื่อ support ภาพรวมของคะแนน เพื่อให้ผ่านให้ได้ครับ

     

     

    Tier 3 : Alternative Investment, Portfolio Management (5-15% each)
              ความน่าแปลกใจก็คือ สองหัวข้อนี้ ดูจะเพิ่มความสำคัญขึ้นมาจาก Level 1 และเป็นหัวข้อที่อาจจะมองข้ามไปไม่ได้ซะแล้วครับ สำหรับ ใน tier นี้ ผมอยากแนะนำให้มุ่งความสนใจของเราไปที่หัวข้อ alternative มากกว่า portfolio ครับ เนื่องจากภาพรวมเนื้อหา สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าเนื่องจาก มีเนื้อหาที่กว้าง ส่วนหัวข้อ portfolio จะค่อนข้างเป็นทฤษฎี และจับต้องได้ยากกว่า

     


             Goal : ได้คะแนน 50-70% 1 topic

     

    Tier 4: Quantitative, Economics, Ethic (5-10% each)
              ส่วน ความสำคัญลำดับสุดท้ายนะครับ ได้แก่ สามหัวข้อ เด็กๆ ข้างบนนี้ ที่เคยเป็นตัวช่วยมาแล้วใน การสอบ level 1 แต่สำหรับ level 2 นะครับ มีความสำคัญน้อยสุด แต่กันเหนียวไว้ ใครเก่งอยู่แล้วก็ดีไป แต่ถ้าต้องเลือกที่จะฟิต ลองดูตาม goal ข้างล่างครับ

     


              Goal : ได้คะแนน 50-70% ซัก 2 topic โดยส่วนมาก Ethic จะค่อนข้างได้คะแนนใกล้เคียงกับอดีตที่สอบ level I แต่ใครที่คะแนนน้อยจัด อยากจะฟิตเพิ่มก็ควรอยู่เหมือนกันนะครับ  สำหรับ จุดประสงค์ในการแบ่งเนื้อหาออกเป็น tier เหล่านี้ จะเป็นการช่วยให้เรา priority ได้ว่า เราควรเน้นพลังงานของเราไปที่หัวข้อ ส่วนไหนก่อน และถ้าหากอ่านไม่ทัน หรือไม่รู้เรื่องบาง topic จริง ๆ เราพอจะมีส่วนไหน ชดเชย หรือช่วยได้บ้าง ครับ 

     


             การนับคะแนนรวม ถ้าเราลองใช้เป้าหมายที่ 70% จะแปลงค่าออกมาได้ว่า เราสามารถผิดได้เพียง 36 ข้อ จาก 120 ข้อ หรือทุก ๆ 2 item set เราสามารถผิดได้เพียง 3 ข้อ เท่านั้น หากเราทำผิด 4 ข้อทุก ๆ 2 item set คะแนนเราจะเหลือเพียง 60% เท่านั้น!!! ตรงนี้ให้ตั้งเป้าในใจกันไว้ให้ดีครับ

     


             จะเห็นได้ว่า Level 2 จะเน้นความถูกต้อง และต้องระวัง ความผิดพลาดมากกว่า Level 1 จึงจะสามารถผ่านการสอบไปได้นะครับ
             ผู้สมัครส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้ตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ เอาแต่ตะลุยอ่าน ดุ่ยๆ หรือ ทำข้อสอบให้ได้มากที่สุดอย่างไม่ลืมหู ลืมตา แต่ผมอยากแนะนำด้วยความหวังดีว่า เงยหน้ามาคิดวิเคราะห์ให้สมกับ หลักสูตรนักวิเคราะห์ที่เรากำลังอ่านอยู่ซักนิดว่า เรารู้เขารู้เรา ในการทำข้อสอบ ดีแค่ไหน และ เราจะมุ่งหน้าไปทางไหน ที่จะเป็นทางที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ